ภาวะโลกร้อน อย่านอนใจ

posted on 13 Sep 2009 14:31 by love-earth

   จะสนใจไปทำไมว่าสภาวะโลกร้อนมันเกิดจากอะไร เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้โลกร้อน ซึ่งก็เป็นวิธีเดียวกับที่ทำอย่างไร ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าไม่รู้ไว้เขาก็จะหาว่าไม่มีความรู้ ผมจึงค้นหาข้อมูลมาบ้างพอให้ตัวเองเข้าใจ และอธิบายคนอื่นได้อย่างดูมีภูมิ  

   ว่ากันตั้งแต่ชั้นบรรยากาศของโลก ถูกแบ่งออกโดยนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จัดเป็นคนชอบแบ่ง เราจึงมีศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์มากมายให้ศึกษาอย่างไม่จบไม่สิ้น นอกจากนักวิทยาศาสตร์จะแบ่งชั้นบรรยากาศแล้ว ก็ยังแบ่งประเภทของเมฆ และประเภทของก๊าซต่างๆ ในอากาศด้วย จึงทำให้เราทราบว่าบรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิเจน 21% ก๊าซอาร์กอน 0.9% ส่วนที่เหลือเป็นไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ จำนวนเล็กน้อย ก็น่าแปลกที่ส่วนเล็กๆ ของชั้นบรรยากาศ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซน กลับมีความสำคัญต่อการดูดกลืน และสะท้อนความร้อนของดวงอาทิตย์ นั่นทำให้โลกมีอุณภูมิที่พอเหมาะต่อทุกชีวิตบนโลก บางครั้งเราก็เรียกก๊าซที่สามารถดูดซับความร้อนนี้ว่า ‘ก๊าซเรือนกระจก’ (Greenhouse gas) อันเป็นก๊าซที่ทำให้โลกไม่หนาวเย็น เช่นเดียวกับดาวดวงอื่นๆ (นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์มาว่าถ้าไม่มีก๊าซเรือนกระจกโลกเราจะมีอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว)

   ทีนี้ทำไมคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นตัวแปลสำคัญที่หลายๆ คนต่างรณรงค์กัน นั่นก็เพราะมนุษย์เราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กันมากที่สุด โดยเฉพาะยุคอุตสาหกรรมของมนุษยชาติ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถูกปล่อยไปขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ในปริมาณที่สูงลิบลิ่ว แถมพ่วงด้วยการตัดต้นไม้กันดาษดื่นเพราะไม้มีราคางาม นี่อาจจะเป็นประเด็นหลัก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ มนุษย์ทุกคนต่างแข่งกันวิ่งเข้าหา ความสะดวกสบาย ความหรูหราฟุ่มเฟือย

   ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนเราก็อาจพอเห็นแล้วบ้าง ไม่ว่าจะฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป พายุที่พัดหนักขึ้นทุกปีๆ พื้นที่ติดกันแต่แห่งหนึ่งน้ำท่วม… อีกแห่งหนึ่งแห้งแล้งราวทะเลทราย เราสามารถติดตามได้จากข่าวที่ส่วนใหญ่มักเสนอเรื่องสงครามแย่งชิงพื้นที่ แบ่งแยกดินแดง การเลือกตั้ง คอรัปชั่น โจมตีฝ่ายตรงข้าม ข่าวความรุนแรง ความไม่พอใจ อาชญากรรม ... และมีเรื่องเรื่องโลกร้อนให้เห็นอยู่เหมือนกัน บางครั้งเป็นข่าว โฆษณา สารคดี รายการโทรทัศน์ ก็มีทั้งนั้น

    กล่าวถึงผลกระทบแล้ว ลองมาดูสาเหตุกันบ้าง ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสาเหตุ ที่ทำให้พวกเรากลายเป็นผู้สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละวัน โดยไม่รู้ตัว (แบบขำขำ อย่าคิดมาก)

- รับประทานอาหารที่เกินความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงกินอาหารเกินพิกัดจนน้ำหนักเพิ่ม แต่หมายถึง การกินอาหารนอกฤดูกาล การคิดค้นเมนูแสนอร่อยไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก ช็อกโกแลต ที่หน้าตาหน้ากิน ไปจนถึงอาหารจีนชุดภัตตาคารแบบหูฉลาม รังนก เปาฮื้อ หมูหัน หรือจะเป็นสเต็กย่างพิเศษ แกล้มกับไวน์แดงชั้นดีช่วยลดอนุมูลอิสระจากฝรั่งเศส ... อย่าเพิ่งน้ำลายไหลครับ เพราะอาหารยิ่งทำแพงและชั้นดีแค่ไหน ก็ยิ่งต้องใช้สิ่งพิเศษมาปรุงให้เลิศรส ไม่ต้องบอกก็คงถึงบางอ้อ ร้องอ๋อ... กันนะครับว่ามันช่วยทำให้โลกร้อน

- รีดผ้าให้เนียบ ใส่เสื้อผ้าวันละหลายชุด ซื้อเสื้อผ้าคนละหลายตัว ยิ่งรวยก็ยิ่งมีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับราคาแพง ขบวนการผลิต ขบวนการขนส่ง ล้วนสร้างมลภาวะและคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งนั้น … จริงรึเปล่า นับดูว่าคุณมีชุดทั้งหมดกี่ชุด และรีดผ้าสัปดาห์ละกี่ครั้ง

- โฆษณาแปลกแหวกแนว เพื่อสร้างความต้องการทางด้านอุปโภคบริโภค ให้ผู้คนซื้อรถใหม่ รักสวยรักงาม  ซื้อเครื่องสำอางค์ลบเลือนริ้วรอย ซื้อเครื่องดื่มคอลาเจน ใช้บัตรเครดิต (รูดปรื๊ดๆ) ซึ่งเมื่อผู้ผลิตมีมากก็ต้องยิ่งต้องทำโฆษณาให้น่าดึงดูด น่าเชื่อถือ ... ทำโฆษณามากใช้ทุนมาก ... ถ้าผู้บริโภคคล้อยตามอยากได้มาก โลกก็ร้อนมาก

- อะไรอีกดีหละ ระบบอินเตอร์เน็ตเป็นไง เดี๋ยวนี้มีโปรแกรม Bit torrent ให้ดาวโหลดหนัง เพลง เกม การ์ตูน โดยไม่ต้องเสียกะตัง (สังคมแห่งการแบ่งปัน) ซึ่งหลายคนก็เลยเปิดคอมทั้งวันทั้งคืน เพื่อโหลดกระจาย คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เปิดคอมสักวันละครั้งก็คงจะแปลก อย่างน้อยจอคอมปิดไปบ้างก็น่าจะช่วยได้หน่อยนึง

- อาหารเสริม และยา ใช้ขบวนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน และมีมูลค่ามากกว่าการกินอาหารให้ครบ รับประทานสมุนไพร รักษาโรคแทน... แต่ว่าโรคสมัยนี้เยอะ มลพิษก็เยอะ การสาธารณสุขเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้น อาหารเสริม และยา จึงง่ายกว่าที่จะกินแล้วรักษาหรือป้องกันได้เลย

   โดยทั้งหมดแล้วที่พูดไป ก็เป็นเรื่องที่เป็นผลต่อเนื่องจากอีกเรื่อง.. เมื่อมนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย.. คนเกือบทั้งโลกก็จึงได้ความสะดวกสบายไปด้วยโดยใช้เงินแลกมา.. เมื่อมีความสะดวกสบายล่อตาล่อใจ.. เราก็ต้องขวนขวายหาเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้เหล่านั้น..เมื่อคนนิยมความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น.. ก็ต้องมีการแข่งขันเพื่อผลิตสินค้า และบริการที่สร้างความสะดวกสบายมากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ.. เป็นวัฏจักรง่ายๆ ที่คงจะต้องเป็นไปเช่นนั้น (และเป็นมาตั้งแต่แรก) ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้..นอกจากตัวเราเอง จริงไหม..

[หนังสือรวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม by LENs]

Comment

Comment:

Tweet

สัพด้

#9 By (110.77.228.5|110.77.228.5) on 2014-08-21 09:58

 

#8 By (110.77.228.5|110.77.228.5) on 2014-08-21 09:57

tongue 

#7 By (110.77.228.5|110.77.228.5) on 2014-08-21 09:57

#6 By (110.77.228.5|110.77.228.5) on 2014-08-21 09:57

#5 By (110.77.228.5|110.77.228.5) on 2014-08-21 09:57

open-mounthed smile 

#4 By (125.25.121.205|125.25.121.205) on 2014-08-16 08:47

สู้ๆ คับ เขียนต่อไป Hot! Hot!

#3 By hin (ga) xye on 2009-09-28 13:58

ขอบคุณครับ ตอนนี้กำลังปั่นบล็อกอยู่ครับ..มีเสียงมาสนับสนุนก็อุ่นใจ big smile

#2 By The LENs on 2009-09-13 15:54

จริง ค่ะ

#1 By Nooplemonic on 2009-09-13 14:44