กลอนสั้นวันโลกร้อน

posted on 22 Sep 2009 18:18 by love-earth in by-art
ธรรมชาติให้ ลำน้ำ ฉ่ำชีวิต
มนุษย์คิด ค้นคว้า สร้างฟ้าฝน
ธรรมชาติให้ ปลาอยู่ คู่สายชล
มนุษย์ค้น เพาะปลา นานาพันธุ์
ธรรมชาติให้ ผืนดิน ถิ่นพำนัก
มนุษย์ปัก หลักวาง สร้างเมืองฝัน
ธรรมชาติให้ ใต้ดิน มีน้ำมัน
มนุษย์กลั่น ผันเพื่อ พลังงาน
ธรรมชาติให้ ฟืนไฟ ไสวส่อง
มนุษย์จอง หุงหา ทำอาหาร
ธรรมชาติให้ หินแร่ แต่โบราณ
มนุษย์พาน เผาถ่าน ปั่นเป็นไฟ
ธรรมชาติให้ ลมพาย คลายอ่อนล้า
มนุษย์หา พัดลม ประโคมใส่
ธรรมชาติให้ อากาศ เย็นชื่นใจ
มนุษย์ไซร้ ติดเย็น จนติดแอร์*
ธรรมชาติมอบ ดินไฟ สายลมน้ำ
มนุษย์ย่าม หยามใจ ทำไขแข
ธรรมชาติป่วย โลกร้อน ค่อยค้อนแล
มนุษย์แพ้ แก่ตัว เห็นทั่วกัน

----------
* หมายถึง ชอบอยู่ในห้องแอร์เพราะแอร์เย็น


โดย หมูตาตี่-หมีตาโต
(หนังสือรวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม By LENs)

ภาวะโลกร้อน อย่านอนใจ

posted on 13 Sep 2009 14:31 by love-earth

   จะสนใจไปทำไมว่าสภาวะโลกร้อนมันเกิดจากอะไร เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้โลกร้อน ซึ่งก็เป็นวิธีเดียวกับที่ทำอย่างไร ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าไม่รู้ไว้เขาก็จะหาว่าไม่มีความรู้ ผมจึงค้นหาข้อมูลมาบ้างพอให้ตัวเองเข้าใจ และอธิบายคนอื่นได้อย่างดูมีภูมิ  

   ว่ากันตั้งแต่ชั้นบรรยากาศของโลก ถูกแบ่งออกโดยนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จัดเป็นคนชอบแบ่ง เราจึงมีศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์มากมายให้ศึกษาอย่างไม่จบไม่สิ้น นอกจากนักวิทยาศาสตร์จะแบ่งชั้นบรรยากาศแล้ว ก็ยังแบ่งประเภทของเมฆ และประเภทของก๊าซต่างๆ ในอากาศด้วย จึงทำให้เราทราบว่าบรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิเจน 21% ก๊าซอาร์กอน 0.9% ส่วนที่เหลือเป็นไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ จำนวนเล็กน้อย ก็น่าแปลกที่ส่วนเล็กๆ ของชั้นบรรยากาศ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซน กลับมีความสำคัญต่อการดูดกลืน และสะท้อนความร้อนของดวงอาทิตย์ นั่นทำให้โลกมีอุณภูมิที่พอเหมาะต่อทุกชีวิตบนโลก บางครั้งเราก็เรียกก๊าซที่สามารถดูดซับความร้อนนี้ว่า ‘ก๊าซเรือนกระจก’ (Greenhouse gas) อันเป็นก๊าซที่ทำให้โลกไม่หนาวเย็น เช่นเดียวกับดาวดวงอื่นๆ (นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์มาว่าถ้าไม่มีก๊าซเรือนกระจกโลกเราจะมีอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว)

   ทีนี้ทำไมคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นตัวแปลสำคัญที่หลายๆ คนต่างรณรงค์กัน นั่นก็เพราะมนุษย์เราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กันมากที่สุด โดยเฉพาะยุคอุตสาหกรรมของมนุษยชาติ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถูกปล่อยไปขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ในปริมาณที่สูงลิบลิ่ว แถมพ่วงด้วยการตัดต้นไม้กันดาษดื่นเพราะไม้มีราคางาม นี่อาจจะเป็นประเด็นหลัก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ มนุษย์ทุกคนต่างแข่งกันวิ่งเข้าหา ความสะดวกสบาย ความหรูหราฟุ่มเฟือย

   ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนเราก็อาจพอเห็นแล้วบ้าง ไม่ว่าจะฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป พายุที่พัดหนักขึ้นทุกปีๆ พื้นที่ติดกันแต่แห่งหนึ่งน้ำท่วม… อีกแห่งหนึ่งแห้งแล้งราวทะเลทราย เราสามารถติดตามได้จากข่าวที่ส่วนใหญ่มักเสนอเรื่องสงครามแย่งชิงพื้นที่ แบ่งแยกดินแดง การเลือกตั้ง คอรัปชั่น โจมตีฝ่ายตรงข้าม ข่าวความรุนแรง ความไม่พอใจ อาชญากรรม ... และมีเรื่องเรื่องโลกร้อนให้เห็นอยู่เหมือนกัน บางครั้งเป็นข่าว โฆษณา สารคดี รายการโทรทัศน์ ก็มีทั้งนั้น

    กล่าวถึงผลกระทบแล้ว ลองมาดูสาเหตุกันบ้าง ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสาเหตุ ที่ทำให้พวกเรากลายเป็นผู้สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละวัน โดยไม่รู้ตัว (แบบขำขำ อย่าคิดมาก)

- รับประทานอาหารที่เกินความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงกินอาหารเกินพิกัดจนน้ำหนักเพิ่ม แต่หมายถึง การกินอาหารนอกฤดูกาล การคิดค้นเมนูแสนอร่อยไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก ช็อกโกแลต ที่หน้าตาหน้ากิน ไปจนถึงอาหารจีนชุดภัตตาคารแบบหูฉลาม รังนก เปาฮื้อ หมูหัน หรือจะเป็นสเต็กย่างพิเศษ แกล้มกับไวน์แดงชั้นดีช่วยลดอนุมูลอิสระจากฝรั่งเศส ... อย่าเพิ่งน้ำลายไหลครับ เพราะอาหารยิ่งทำแพงและชั้นดีแค่ไหน ก็ยิ่งต้องใช้สิ่งพิเศษมาปรุงให้เลิศรส ไม่ต้องบอกก็คงถึงบางอ้อ ร้องอ๋อ... กันนะครับว่ามันช่วยทำให้โลกร้อน

- รีดผ้าให้เนียบ ใส่เสื้อผ้าวันละหลายชุด ซื้อเสื้อผ้าคนละหลายตัว ยิ่งรวยก็ยิ่งมีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับราคาแพง ขบวนการผลิต ขบวนการขนส่ง ล้วนสร้างมลภาวะและคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งนั้น … จริงรึเปล่า นับดูว่าคุณมีชุดทั้งหมดกี่ชุด และรีดผ้าสัปดาห์ละกี่ครั้ง

- โฆษณาแปลกแหวกแนว เพื่อสร้างความต้องการทางด้านอุปโภคบริโภค ให้ผู้คนซื้อรถใหม่ รักสวยรักงาม  ซื้อเครื่องสำอางค์ลบเลือนริ้วรอย ซื้อเครื่องดื่มคอลาเจน ใช้บัตรเครดิต (รูดปรื๊ดๆ) ซึ่งเมื่อผู้ผลิตมีมากก็ต้องยิ่งต้องทำโฆษณาให้น่าดึงดูด น่าเชื่อถือ ... ทำโฆษณามากใช้ทุนมาก ... ถ้าผู้บริโภคคล้อยตามอยากได้มาก โลกก็ร้อนมาก

- อะไรอีกดีหละ ระบบอินเตอร์เน็ตเป็นไง เดี๋ยวนี้มีโปรแกรม Bit torrent ให้ดาวโหลดหนัง เพลง เกม การ์ตูน โดยไม่ต้องเสียกะตัง (สังคมแห่งการแบ่งปัน) ซึ่งหลายคนก็เลยเปิดคอมทั้งวันทั้งคืน เพื่อโหลดกระจาย คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เปิดคอมสักวันละครั้งก็คงจะแปลก อย่างน้อยจอคอมปิดไปบ้างก็น่าจะช่วยได้หน่อยนึง

- อาหารเสริม และยา ใช้ขบวนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน และมีมูลค่ามากกว่าการกินอาหารให้ครบ รับประทานสมุนไพร รักษาโรคแทน... แต่ว่าโรคสมัยนี้เยอะ มลพิษก็เยอะ การสาธารณสุขเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้น อาหารเสริม และยา จึงง่ายกว่าที่จะกินแล้วรักษาหรือป้องกันได้เลย

   โดยทั้งหมดแล้วที่พูดไป ก็เป็นเรื่องที่เป็นผลต่อเนื่องจากอีกเรื่อง.. เมื่อมนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย.. คนเกือบทั้งโลกก็จึงได้ความสะดวกสบายไปด้วยโดยใช้เงินแลกมา.. เมื่อมีความสะดวกสบายล่อตาล่อใจ.. เราก็ต้องขวนขวายหาเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้เหล่านั้น..เมื่อคนนิยมความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น.. ก็ต้องมีการแข่งขันเพื่อผลิตสินค้า และบริการที่สร้างความสะดวกสบายมากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ.. เป็นวัฏจักรง่ายๆ ที่คงจะต้องเป็นไปเช่นนั้น (และเป็นมาตั้งแต่แรก) ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้..นอกจากตัวเราเอง จริงไหม..

[หนังสือรวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม by LENs]

Polar Bear - สัญลักษณ์โลกร้อน

posted on 12 Sep 2009 22:55 by love-earth

ดูเหมือนหมีโพล่าร์จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของภาวะโลกร้อน (Symbol of Global worming)
แม้ว่าในบ้านเราแพนด้า (รวมถึงหนูโคอาล่า มาร์ช) จะดังกว่าหมีโพล่าร์ก็ตาม

วันนี้เลยถือโอกาสรวมรูปของเจ้า Polar Bear มาเก็บไว้เป็นคอเล็กชั่นสักหน่อย ปกติเราอาจจะเห็นโพล่าร์แบร์ยืนกระเหม็ดกระเหมอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลายในขั้วโลกใต้ แต่คอเล็กชั่นนี้เอาให้เพื่อนๆ ได้ยลความน่ารักของบรรดาหมีน้อยหมีใหญ่แทนความหดหู่ใจที่ต้องมองดูหมีไร้บ้าน..

ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องย้ำเตือนกันว่า สหายผู้น่ารักสายพันธุ์นี้อาจจะต้องสูญพันธุ์เพราะโลกร้อนในไม่นาน...(เอ หรือจะให้เจ้าหมีโพล่ามาฝึกอยู่ในป่าเขตร้อนแทนดีหนา..?)

ขาวเสียจริงนะน้องเอ๋ย...

 

คู่แฝดแห่งแดนหิมะขาว (หิมะบ้านไหนไม่ขาวฟ่ะ?!)

เห็นไหมละครับว่าลิ้นผมก็แดงเหมือนคุณ

ลองมองดูสิเอ๋อ..

ได้โปรดดดดเถอะคับ..

ภาพนี้หมีไม่ได้งับหัวหมา..

และภาพนี้หมีไม่แกล้งตาย

อึ๊บอั๊บ..ขึ้นมาลูก

อุ่นดีจังคับแม่ .. อิอิ

อ้วนแค่ไหนผมก็ลอยได้ ด้วยกะลามะพร้าวแบบไทยๆ

ข้าคือราชา..แห่งภูเขาน้ำแข็ง

เดินต่อไป..ในบ้านของเรา

หวังว่าพวกเรา และสหายร่วมโลกของพวกเรา จะยังอยู่ได้ในโลกที่เหมาะสมแก่การอาศัยแห่งนี้เนอะครับ

ลด CFC จากน้ำยาแอร์

posted on 12 Sep 2009 21:41 by love-earth in Suggest

รู้ไหมครับว่า สาร CFC นั้น หากถูกปล่อยให้ระเหยออกไป จะไปค้างเติ่งอยู่บนชั้นบรรยากาศโลก และใช้เวลาเป็นร้อยปีถึงจะผ่านออกไปจากชั้นบรรยากาศของโลกได้ จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะเรือนกระจกและทำให้โลกร้อน!! นั่นเอง

พอดีวันนี้มีเหตุให้ต้องขุดคุ้ยหาเรื่องเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ (แอร์) จึงทำให้ได้รู้เพิ่มมาว่า แอร์ที่เราใช้อยู่ตามบ้านของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นแอร์รุ่นที่ใช้น้ำยาแอร์ชนิด R22 ซึ่งมีสาร CFC อยู่ประมาณ 20% (ถังบรรจุน้ำยาเติมแอร์สีเขียว)

แต่ถ้าหากเป็นแอร์รุ่นใหม่เสปกสูงหน่อย ก็อาจจะได้เครื่องที่ใช้น้ำยาแอร์ชนิด R410 ซึ่งไม่มีสาร CFC อยู่ (หรือชนิดอื่นๆ ที่ขึ้นต้นด้วย 4 มีถังเติมน้ำยาแอร์สีส้ม)  สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้น้ำยาแอร์ชนิด R22 ที่มีสาร CFC นั้น จะใช้น้ำยาแอร์ชนิด R410 แทนไม่ได้ เพราะถ้าเอามาใส่แล้วก็จะทำให้เครื่องน็อค นอกจากนี้น้ำยาแอร์แบบไม่มีสาร CFC ก็มักจะมีราคาแพงกว่า จึงนิยมเฉพาะประเทศที่ร่ำรวย

เอาหละว้า เครื่องปรับอากาศในบ้านเรา (หมายถึงประเทศไทย) ปล่อยสาร CFC อื้อเลยสิงานนี้ .. ผมลองอ่านดูไปเรื่อยๆ จนพบว่ามีน้ำยาแอร์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า COLD22 ไม่ผสมสาร CFC เหมือนกัน และสามารถใช้แทน R22 ได้ด้วย (รายละเอียด http://www.cold22.com/productsdetail.html) ซึ่งนอกจากจะไม่มีสาร CFC แล้ว ผู้ผลิตยังเคลมว่าช่วยทำให้ประหยัดไฟได้มากกว่าอีกด้วยครับ

ส่วนราคานั้น..อืม ก็คงแพงกว่าอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าสนใจอยากช่วยลดโลกร้อนจากสาร CFC แม้ในขณะเปิดแอร์คลายร้อน ก็สามารถติดต่อไปได้ที่ บริษัท สมาร์ทคูล จำกัด (02-526-9282, 080-305-9449 www.smartcool.co.th) เพื่อสอบถามและเปลี่ยนน้ำยาแอร์ที่บ้านให้ปลอดสาร CFC ต่อไปนะครับ : )

อ่อ .. ยังไงก็ตามเจ้า COLD22 นี้ เค้าบอกว่าจะลุกไหม้หากปะทะกับเปลวไฟที่ความร้อน 450 C (แต่เห็นว่าผู้จำหน่ายมีประกันอัคคีภัยให้ด้วยนะ) เอาเป็นว่าลองใช้กันดูดีกว่าเนอะ เพราะคงไม่มีบ้านใครเอาไฟไปจุดอยู่ใต้แอร์ -- เช่นนั้นก็ ลอง!!

แต่ผมว่าทำตัวให้ชินกับความร้อนสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเปิดแอร์ให้เปลืองไฟ ซึ่งนอกจากจะต้องใช้ไฟแล้ว มันยังคอยผลักไสความร้อนจากข้างในไปสู่ข้างนอกอีกด้วย

 

ถ้าโลกร้อนไปกว่านี้ ผมคงไม่มีไอซ์ชีทให้เกาะแล้วนะครับ ฮือๆ

ไม่ได้เข้ามาอัพ blog เลยเป็นปีๆ พฤติกรรมเยี่ยงนี้คงโดนชาวบลอกตัวจริงประณามในความไม่เอาใจใส่เป็นแน่
กลับมาคราวนี้..ว่าจะมาทำหน้าที่ชาวบลอกอันดี อัพสักเดือนละครั้ง..(กร่อยยย)

เอาหละจะอัพน้อยอัพมาก ก็อัพเหมือนกัน เช่นนั้นแล้วมาดูภารกิจที่ทำให้เข้ามาอัพบลอกของข้าบร่ะเจ้าดีกว่า

คือหนังสือตามปกเล่มข้างล่างนี้เป็นหนังสือที่เพิ่งพิมพ์มาสดๆๆๆ..และร้อนๆ ตามโลก
ชื่อหนังสือ รวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม
ราคา 80 บาท..(ค่าพิมพ์ก็เกือบ 70 บาทแล้วหละ)
ไม่มีขายทั่วไป และเหลืออีก 20 เล่มเท่านั้น! หมดแล้วคับ กำลังรอพิมพ์ครั้งที่ 2 หรือฉบับที่ 2

มีฉบับ PDF ให้โหลดอ่านด้วย..เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที โหลดได้ที่ www.lensociety.com

อ่านรายละเอียดด้านล่างกันนะจ๊ะ :)

Image

หนังสือรวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม (แฉ่ง)
ราคา 80 บาท

เรื่องที่บรรจุภายใน
ของฟรีที่มีในโลก | วันที่ธรรมชาติหยุดเคลื่อนไหว | รักเรา รักษ์โลก | กลอนแก้ร้อน | โลกร้อนแล้วหรือ? | ความรักที่หมุนโลก | ตามอย่างพ่อ | ยังไม่สาย | รักครั้งใหม่ของนายเอิร์ท | เจ้าโลกคุณร้อน | เพื่อมวลมนุษยชาติและลูกหลานของเรา! | ลาก่อน ดวงดาวสีน้ำเงิน | ไม่รู้ร้อนรู้หนาว | ต้นไม้ริมทาง | ป่าไม้กับลมหายใจที่เหลืออยู่ | ชีวิตในรั้ว ‘มอ’ พอสังเขป | บทความเล็กๆ จากที่เล็กๆ | บ้านของกระผม | เรื่องเล่ายอดมนุษย์ | เพียงเท่านั้น | กลอนสั้นวันโลกร้อน | ภาวะโลกร้อน

.......

ราตรีสวัสดิ์..อยากเขียนยาวกว่านี้แต่ง่วงแล้ว

3.03

โลกที่มีพวกเรา

posted on 24 Feb 2008 00:41 by love-earth in Words

กาลครั้งหนึ่งเมื่อโลกถึงกาลวิกฤต เป็นไปได้ที่มนุษยชาติ กำลังจะพบกับหายนะอันร้ายแรงบนดาวโลก
ผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นในทางต่างๆ กันมากมาย

บางคนปฏิเสธที่จะให้ความเห็น เพราะคิดว่าเรื่องในปัจจุบันสำคัญกว่า ..

หลายคนแค่ดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดในแต่ละวัน ก็หนักหนาแล้ว

บางคนหวังเพียงสร้างทรัพย์ เพื่อซื้อความสุขให้กับตนเอง และคนที่รักให้มากที่สุด

บางคนก็คิดว่าจริง ๆ แล้วโลกอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเรา ..
มนุษย์อาจเป็นสิ่งสร้างความระคายเคืองให้กับโลก และมนุษย์ส่วนใหญ่ก็มักทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น ทำร้ายโลก .. หายไปบ้างจะเป็นอะไรไป

บางคนเชื่อว่า .. โลกนี่แหละเป็นผู้กำหนด ให้มนุษย์เกิดมาเพื่อทำลายโลก ทำลายตัวเอง ..
ถ้ามนุษย์บินได้ มนุษย์ก็คงไม่ต้องสร้างเครื่องบิน ถ้ามนุษย์มีเพียงสมองเล็กๆ ไม่ต้องมีความคิดมากมาย ก็คงไม่ต้องสร้างสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ที่มีผลกระทบต่อโลกในภายหลัง

แต่ก็มี ...

หลายคนที่เป็นห่วง และพยายามบอกว่าเราต้องรักษาโลก เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ ถ้าไม่มีมนุษย์แล้ว สิ่งที่พวกเราต่างสั่งสมกันมา ความรู้มากมาย ก็จะหายไปทั้งหมด ไม่มีคนที่เรารัก ไม่มีมนุษย์ในอนาคต

บางคนก็เป็นห่วงสิ่งอื่นๆ ที่อยู่บนโลก ขอร้องให้ทุกคนหันมารักษาสิ่งแวดล้อม..
เพราะโลกไม่ได้มีเพียงมนุษย์ ไม่ได้เป็นแค่โลกของพวกเรา แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตมากมาย ที่อยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

หลายคนเสียดายสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่
เสียดายถ้าไม่มีเกมให้เล่น ไม่มีหนังดี ๆ ให้ดู ไม่มีการ์ตูน ไม่มีงานศิลปะ ไม่มีบทกวี ไม่มีบทประพันธ์ ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีความรัก ไม่มีความฝัน ไม่มีจินตนการ ไม่มีความงดงามที่มนุษย์สร้างขึ้น หลงเหลืออยู่อีก

ต่างคนต่างมีความคิดมากมาย ซึ่งก็ล้วนเป็นเหตุผลที่ถูกต้องด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนจึงแยกย้ายไปทำตามแนวคิดของตัวเอง

แต่ .. คนบางคน ก็ยังเชื่ออย่างหนักแน่น
โดยไม่สนใจว่าโลกจะเป็นอย่างไร หรือมนุษย์จะยังอยู่ต่อไปไหม
ขอแค่ได้ตอบแทนโลก ในวันเวลาที่ยังเหลืออยู่
เพื่อขอบคุณทุกสิ่งที่โลก ได้มอบให้ทุกคนตลอดมา

เขาอาจจะกำลังปลูกต้นไม้ ให้กับผืนดินที่แห้งแล้ง ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลก

เขาอาจจะพยายามใช้ชีวิตให้เรียบง่าย เพื่อไม่ให้โลกต้องรับภาระเพิ่ม

เขาอาจจะคอยพร่ำสอนเด็กน้อยที่กำลังเติบใหญ่ ในมุมใดมุมหนึ่งของพื้นที่อันห่างไกล


ซึ่งมันทำให้เรารับรู้ได้ว่า

พวกเขารักโลก... และโลกก็รักพวกเขา เช่นกัน

๒๔ พ.ย. ๒๕๕๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒

สุขสันต์วันลอยกระทงครับ ไปลอยกันที่ไหนบ้างเอ่ย?

ส่วนผมนั้นนั่งฟังพุ ลอยกระทงในใจไปแล้วนะครับ ~ สวัสดีพระแม่คงคาครับ

ผมลองนึกย้อนหลังไปสมัยยังเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย ตอนจัดงานลอยกระทงของคณะ จะเห็นว่าการขายน้ำ ขายขนม และอาหารต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ป๊อบปูล่ามาก ไม่ว่าจะนักศึกษาเอง หรือผู้ที่มาร่วมออกรวงออกร้าน ก็ต้องใช้ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม-อาหารให้กับลูกค้าทั้งนั้นเลย .. เริ่มจะมองเห็นอะไรเลา ๆ แล้วใช่ไหมครับ

ตอนนี้คนไทยเราหันมาใช้วัสดุทำกระทงจากธรรมชาติและย่อยสลายได้ง่ายกันหมดแล้ว อย่างที่เค้าบอกแหละครับ ใครใช้พลาสติก หรืออะไรที่ย่อยยาก ๆ มาทำกระทง จะถือว่ามาผิดยุคผิดสมัย ตอนนี้เค้าบูมเรื่องโลกร้อนกันอยู่

ย้อนกลับไปดูหัวข้อที่เคยโพสไว้ก่อน3 อันที่ผ่านมานะครับ ผมได้เขียนถึงวัสดุที่สามารถใช้แทนพลาสติกได้ ซึ่งทั้งปลอดภัยกว่า และเป็นมิตรกับโลกที่กำลังร้อน ๆ มากกว่า (แม้จะเริ่มหนาวบ้างแล้ว) จึงขอเอาเรื่องเดิมมาพูดใหม่อีกสักครั้ง เพราะเดี๋ยวจะตกเทรนของตัวเองไป

ครับ .. เรามาคิดกันเล่น ๆ (ในข้อมูลจริง ๆ) กันสักหน่อยว่า ถ้าคนที่ไปเที่ยวงานลอยกระทงจำนวนครึ่งหนึ่ง ซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มในงานคนละอย่าง จะทำให้มีปริมาณขยะเฉพาะวันนี้เป็นเท่าไหร่กัน

และผมเองก็เชื่อว่า .. ภาชนะบรรจุอาหารเกือบทุกร้าน .. เป็นพลาสติกแท้ ๆๆๆๆๆ ... ไม่มีแอบแฝง

วันนี้ ณ วันลอยกระทง
ประเทศไทยจะมีขยะพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ไ่ด้เพิ่มขึ้นอีกเพียบเลย

แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเรายังมีโรงงานรีไซเคิลพลาสติกเพื่อเอากลับมาใช้ใหม่ได้ และ/หรือ เราก็ยังมีเวลาอีกหลายร้อยปี ที่จะปล่อยให้ขยะพลาสติกย่อยสลายไปเอง

ผมก็พูดไปหยั่งงั้นและครับ เพราะปกติผมเองก็เป็นคนเพิ่มปริมาณขยะพลาสติกอย่างน้อย 1/2 ชิ้นต่อวันเหมือนกัน

ลองโพสกันดูนะครับว่าเฉลี่ยวันนึง เพื่อน ๆ เพิ่มปริมาณพลาสติกคนละกี่ชิ้น ไม่ใช่เรื่องแย่หรอกครับที่เราต้องใช้พลาสติก จากการกินขนม ดื่มน้ำ ซื้อของ ฯลฯ มากมายนับล้าน ๆ ประการ .. อยู่ทุก ๆ วัน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องช่วยกันระดมความคิด กันว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ที่ช่วยให้พวกเราสามารถใช้พลาสติกได้ลดลง

ความเห็นที่เสนอมาจะถูกนำไปใช้ + เผยแพร่จริง ๆ .. โดย LENs ครับ

ป.ล. รูปจาก ลอยกระทง.net นะครับ ใส่ credit ไว้ให้แล้ว อิอิ

:. love earth networks .:

ลอย .. ลอยกระทง

posted on 23 Nov 2007 03:31 by love-earth


ส่งต่อได้นะครับ
ขอบคุณครับ..

:. love earth networks .: 

ช่วงนี้รู้สึกว่าจะโฆษณาผลิตภัณฑ์ลูกเดียวเลย คราวนี้เป็นโพลีเมอร์ชีวภาพที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง อันนี้ตั้งใจหาจากเว็บไซด์ เนื่องจากมีคนมา comment ไว้จากคราวก่อนเกี่ยวกับคุณมันสำปะหลังตัวนี้

เรื่องก็มีอยู่ว่า .. โพลีเมอร์ชีวภาพจากมันสำปะหลังนี้ (ทำไมมันถึงชื่อสำปะหลังหละเนี่ย?) เป็นบรรจุภัณฑ์ซึ่งย่อยสลายได้เองโดยธรรมชาติตัวหนึ่ง ที่ทั้งเหนียว ทน ยืดหยุ่นได้แบบฟันแทงไม่เข้า เช่นเดียวกับพลาสติก และยังสามารถขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ถุงใส่อาหาร ถุงใส่ของ ถุงขยะ ถุงเพาะชำ ถาดเพาะชำได้สบาย ๆ แต่คุณสมบัติที่เหนือกว่าพลาสติกก็คือ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เหมือนแป้งจากพืชทั่วไป เพียงทิ้งไว้ก็จะป่นปี้ตามธรรมชาติโดยมิต้องออกแรงทำลาย จะเอาไปเป็นปุ๋ย หรือให้สัตว์รับประทานก็ย่อมได้ ... โฮ่ ๆๆ

แล้วจะไปเลือกพลาสติกย่อยไม่ได้ใช้แล้วอาจตายไวกันอยู่ใยเล่า ของดี ๆ มีออกเยอะแยะ

ผู้ผลิตเจ้าตัวนี้อยู่
Starch-Pac
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ถ้ามีที่อื่นก็ฝากแปะ ๆ กันไว้ได้เลยนะงับ ช่วยโฆษณาให้ เอิ๊ก ๆ

เพิ่มเติม : สารที่เติมในพลาสติกทำให้ย่อยสลายได้ สารเติมแต่ง บูร์-เร็กซ์ ย่อยสลายได้

:. love earth networks .:

ก่อนอื่นต้องเกริ่นสิ่งที่หลายคนอาจรู้ ๆ กันอยู่แล้วว่า โฟม ที่ผลิตมาจากโพลิเมอร์นั้นใช้เวลาย่อยสลายยาวนานมาก หลายร้อยปี (ตายไปแล้วยังไม่ย่อยเลย) นอกจากนี้ยังมีสารก่อมะเร็งมากมาย .. ลองมาดูกันสักนิดว่ามีสารก่อมะเร็งอะไรในโฟมบ้าง

1. สาร "สไตรีน มอนอเมอร์" (Styrene Monomer) พบได้ในโฟมทุกประเภท และพลาสติกบางชนิด มีผลต่อร่างกายคือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก ทำให้ระบบฮอร์โมนผิดปกติ มีปัญหาต่อต่อมไทรอยด์ และประจำเดือนในเพศหญิง ในหญิงตั้งครรภ์จะมีผลต่อโครโมโซมของเด็ก ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ อีกทั้งยังมีผลต่อระบบประสาท ทำให้อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย และนอนหลับได้ยาก
2. สาร "ไดออกซิน" (Dioxin) พบในพลาสติกบางประเภท มีผลต่อร่างกายเป็นสารก่อมะเร็งในปอด กระเพาะอาหารตับ ต่อมน้ำเหลือง และผิวหนัง มีผลต่อระบบการสืบพันธุ์ ในเพศชายทำให้มีตัวอสุจิน้อยลง ส่วนเพศหญิงรังไข่และมดลูกจะผิดปกติ ซึ่งทารกที่เกิดจากหญิงที่ได้รับสารชนิดนี้ปริมาณมาก ยังมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติแรกเกิดด้วย
3. สาร "ไวนิล คลอไรด์ มอนอเมอร์" (Vinyl Chloride Monomer) ซึ่งพบในพลาสติกบางชนิด โดยเฉพาะพลาสติกพีวีซี (PVC) ยังมีผลต่อร่างกายอีกเช่น เป็นสารก่อมะเร็งตับ และจะปนเปื้อนกับอาหารมากขึ้นเมื่อนำไปบรรจุอาหารแช่แข็งหรือเย็นจัด เมื่อสัมผัสกับความร้อน เมื่อนำไปเข้าเตาไมโครเวฟ ตลอดจนใช้กับอาหารจำพวกไขมัน

ซึ่งสารดังกล่าวจะละลายได้ดีในอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันและแอลกอฮอล์ เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายจะไปสะสมในสมองและใยประสาท โดยปริมาณที่ปนเปื้อนจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร ระยะเวลาสัมผัสกับอาหาร และอุณหภูมิของอาหาร
แต่ก็ยังดีที่ผลสำรวจบรรจุภัณฑ์โฟมที่มีสารสไตรีนประมาณ 100 ตัวอย่างในท้องตลาด ยังไม่พบรายใดที่มีสารดังกล่าวตกค้างเกินกว่ามาตรฐานกำหนด

[ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์]

ทีนี้มารู้จักกับโฟมชานอ้อยกันดีกว่า โฟมชานอ้อยก็ผลิตมาจากชานอ้อยตามชื่อ โดยนำมาจากชานอ้อยที่เหลือทิ้งอีกที ซึ่งสามารถฝั่งกลบและย่อยสลายได้ภายใน 45 วัน เท่านั้น!!! นอกจากนี้คุณสมบัติอื่น ๆ ก็เหมือนกับโฟมคือบรรจุอาหารร้อน เย็น และน้ำได้ และที่น่าชื่นชมสำหรับเจ้าโฟมชานอ้อยก็คือ ไม่ต้องใช้เยื่อไม้จากต้นไม้เพื่อผลิต ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ไม่มีสารคลอรีนตกค้าง ใช้กับเตาอบและไมโครเวฟได้ .... น่าใช้มั้ยหละ?

มาดูหน้าตาไอ้หนูตัวนี้กันหน่อย

ดูสะอาดน่าใช้มาก ๆๆ ถ้าร้านไหนใช้โฟมชานอ้อยตัวนี้ ควรจะแปะหน้าร้านบอกไว้ด้วย จะได้อุดหนุนอย่างเต็มอกเต็มใจ .. นะ

หาซื้อโฟมชานอ้อยได้ที่เทสโก้โลตัส อาจจะแพงกว่าโฟมธรรมดานิดหน่อย ... แต่ถ้าพี่น้องคนขายของ เห็นแก่ประโยชน์ผู้บริโภค และประโยชน์ของสิ่งแวดล้อม ยอมได้กำไรน้อยลงหน่อย ... ข้าน้อยก็ขอคารวะ และขออุดหนุน อ่า .. น่าชื่นชมนัก

ขอขอบคุณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และ บ.บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด สำหรับการอันนี้

ใช้โฟมชานอ้อย เป็นมิตรกับธรรมชาติ เป็นมิตรกับร่างกาย

:. love earth networks .: